วิเคราะห์โอกาสของ “บุญจัง” กับตำแหน่งแบ็กซ้ายตัวจริง

ได้ลงฝึกซ้อมกับต้นสังกัดใหม่เรียบร้อยแล้ว “อุ้ม” ธีราทร บุญมาทัน แบ็กซ้ายทีมชาติไทย ได้ฉายาใหม่ทันทีในทีม “วิสเซล โกเบ” นิกเนมน่ารักๆ “บุญจัง” ก่อนที่ทีมดังจากเมืองโกเบ จะลงแข่งเจลีก 1 ฤดูกาล 2018 นัดแรกวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561 มาดูโอกาสกันว่า “บุญจัง” หรือ “ซ้ายปีศาจ” จะมีโอกาสเป็นตัวจริงแค่ไหน

ภายใต้การคุมทีมของผู้จัดการทีมคนใหม่ ทาคายูกิ โยชิดะ กุนซือวัย 40 ปีรายนี้เน้นระบบ 4-4-2 เป็นหลัก เขาเพิ่งเข้ามาอยู่กับ “วิสเซล โกเบ” สิงหาคม 2560 คุมทีมในเจลีก 1 ไป 12 นัด โดยก่อนหน้านี้ เนลซินโญ่ ผู้จัดการชาวบราซิล คุมทีม 22 นัดแรก นับเฉพาะการแข่งขันในเจลีก 1 เมื่อฤดูกาล 2017 จำนวน 34 นัด การคุมทีมของ ทาคายูกิ โยชิดะ ผู้จัดการทีมคนปัจจุบัน และ เนลซินโญ่ อดีตผู้จัดการทีม ใช้ไลน์แบ็กโฟร์ทั้งสิ้น 32 นัด ส่วนอีก 2 นัดใช้ระบบ 3-5-2

ธีราทร เป็นวิงแบ็กฝั่งซ้ายที่คุ้นเคยกับการเล่นระบบแบ็กโฟร์ ทีนี้มาดูกันว่าในจำนวน 32 นัดของฤดูกาล 2017 มีใครเล่นลงเล่นตำแหน่งตัวจริงในตำแหน่งแบ็กซ้ายให้ “วิสเซล โกเบ” กันบ้าง ไล่เรียงจากมากไปน้อย วาตารุ ฮาชิโมโตะ 12 นัด, โยชิกิ มัตซึชิตะ 9 นัด, มาซาโตชิ มิฮาระ 7 นัด, มาซาฮิโกะ อิโนฮะ 3 นัด และ ชุนกิ ทาคาฮาชิ 1 นัด นี่คือคู่แข่งในการแย่งตำแหน่งแบ็กซ้ายตัวจริง


วาตารุ ฮาชิโมโตะ

ลงเล่นทั้งหมด 14 นัด หากนับเฉพาะระบบที่ใช้แผงแบ็กโฟร์ เขาเป็นแบ็กซ้าย 12 นัด ยึดตัวจริงในช่วงต้นฤดูกาล 2017 “วิสเซล โกเบ” ทำผลงานได้ยอดเยี่ยม 4 นัดแรกชนะรวด กวาด 12 คะแนนเต็ม ทำได้ 6 ประตู เสียไป 1 ประตู ในจำนวน 4 นัดนี้ “ฮาชิโมโตะ” ลงเล่น 3 นัด ซึ่งทั้ง 3 นัดที่เขาอยู่ในสนามไม่เคยเสียประตูให้คู่แข่งเลย นอกจากนี้ยังเป็นผู้ทำประตูแรกในฤดูกาล 2017 นัดเปิดสนามบุกไปชนะ ชิมิสุ เอส-พัลส์ 1-0 “ฮาชิโมโตะ” เป็นผู้ทำประตูชัย มีช่วงฟอร์มดี ก็มีช่วงฟอร์มตกเหมือนกัน หลังจากเปลี่ยนผู้จัดการทีม เนลซินโญ่ ลาทีม ทาคายูกิ โยชิดะ เข้ามาทำหน้าที่แทน โอกาสลงสนามของ “ฮาชิโมโตะ” หายไปเยอะเลยทีเดียว

“ฮาชิโมโตะ” วัย 31 ปี นับว่าประสบการณ์โชกโชน แม้ว่ายังไม่เคยติดทีมชาติ ทว่าสูงสุดในชีวิตก็ได้แชมป์เจลีก 1 มาแล้วกับ คาชิวา เรย์โซล ฤดูกาล 2011 โดยช่วงที่เล่นให้กับ คาชิวา เรย์โซล เป็นตัวหลักถึง 5 ฤดูกาลเต็ม 2010-2014 นับเฉพาะเจลีก 1 และเจลีก 2 ลงเล่นไปทั้งหมด 135 นัด

เทียบโอกาส : ประสบการ์เหนือกว่า “อุ้ม” แน่นอน ถ้าวัดที่ความสดและฟอร์มหลังยังไงแบ็กซ้ายจากไทยก็เหนือกว่า

 


โยชิกิ มัตซึชิตะ

อยู่กับ “วิสเซล โกเบ” ตั้งแต่ฤดูกาล 2015 แต่มีโอกาสได้ลงเล่นแค่ 1 นัด “มัตซึชิตะ” แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการที่ดี ฤดูกาล 2017 ลงเล่นในเจลีก 25 นัด เป็นตัวจริง 16 นัด ตำแหน่งการเล่นของ “มัตซึชิตะ” ถูกจับไปเล่นหลายตำแหน่ง แต่ว่าจากการลงเล่นเป็นตัวจริงตำแหน่งที่ถูกใช้งานบ่อยที่สุดก็คือแบ็กซ้าย จำนวน 9 นัด
ถ้านับการลงเล่นเป็นตัวสำรองด้วย “มัตซึชิตะ” ยืนแบ็กซ้าย 12 นัด หลายครั้งถูกดันขึ้นไปเล่นปีกซ้าย และมิดฟิลด์ตัวกลาง

“มัตซึชิตะ” เซ็นสัญญาอาชีพกับ “วิสเซล โกเบ” เป็นทีมแรก และมีแนวโน้มว่า ทาคายูกิ โยชิดะ ผู้จัดการทีม จะเก็บไว้ใช้งานในระยะยาว เพราะสามารถเล่นได้หลายตำแหน่ง อีกทั้งอายุก็เพิ่งจะ 23 ปี

เทียบโอกาส : หากวัดกับ “อุ้ม” ในตำแหน่งแบ็กซ้ายแล้ว มองว่าภาษีของ “อุ้ม” ยังเหนือกว่า ทั้งฝีเท้าและประสบการณ์


มาซาโตชิ มิฮาระ

ลงเล่นเจลีก 20 นัด เป็นตัวจริง 15 นัด ทำไป 2 ประตู นับเฉพาะตำแหน่งแบ็กซ้าย ตัวจริง 7 นัด รวมที่ลงเป็นตัวสำรองด้วยก็ 9 นัด ช่วงที่ เนลซินโญ่ คุมทีม มักจะใช้งาน “มิฮาระ” ในตำแหน่งกองกลางเป็นส่วนใหญ่ หลังจากที่มีการเปลี่ยนผู้จัดการทีมมาเป็น ทาคายูกิ โยชิดะ นั่นก็ทำให้ “มิฮาระ” กลายเป็นคู่แข่งสำคัญของ วาตารุ ฮาชิโมโตะ ในตำแหน่งแบ็กซ้ายทันที

ทาคายูกิ โยชิดะ เข้ามาคุมทีมได้ไม่นาน ก็ลองจับ “มิฮาระ” ลงตัวจริงในตำแหน่งแบ็กซ้ายครั้งแรกในเกมที่บุกไปชนะ กัมบะ โอซาก้า 2-1 เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2560 หลังจากนั้น “มิฮาระ” ก็เล่นแบ็กซ้ายอย่างต่อเนื่อง ลงตัวจริงในตำแหน่งแบ็กซ้าย 5 นัดติดต่อกัน ซึ่ง 5 นัดดังกล่าวเป็นช่วงที่ดีของ “วิสเซล โกเบ” เพราะว่าชนะ 3 เสมอ 2 เป็นสถิติที่ดีที่สุดในฤดูกาล 2017 ไม่แพ้ใคร 5 นัดติดต่อกัน

เทียบโอกาส : แม้ว่า “มิฮาระ” จะอายุ 29 ปีแล้ว แต่เพิ่งขึ้นมามีบทบาทในตำแหน่งตัวจริงช่วงครึ่งปีหลังของฤดูกาล 2017 นี้เอง จริงอยู่ที่ ทาคายูกิ โยชิดะ จะพอใจกับ “มิฮาระ” ในการเล่นแบ็กซ้ายมากกว่าตำแหน่งอื่น แต่ดูแล้วถ้าจะเลือกแบ็กซ้ายตัวจริง นักเตะที่ถนัดตำแหน่งมิดฟิลด์อย่าง “มิฮาระ” คงสู้แบ็กซ้ายธรรมชาติอย่าง “อุ้ม” ไม่ได้แน่

 

มาซาฮิโกะ อิโนฮะ

เป็นผู้เล่นอเนกประสงค์ในแนวรับ เล่นได้ทั้งเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ แบ็กขวา และแบ็กซ้าย ประสบการณ์ไม่ต้องเป็นห่วง ช่วงพีคที่สุดติดทีมชาติญี่ปุ่น ชุดใหญ่มาแล้ว 21 นัด อยู่ในชุดแชมป์เอเชี่ยน คัพ 2011 ที่ประเทศกาตาร์ ได้แชมป์เจลีกมา 2 สมัยกับ คาชิมา แอนท์เลอร์ส ฤดูกาล 2008 และ 2009 แถมยังได้ไปสัมผัสลีกยุโรปกับ ไฮจ์ดุ๊ค สปลิท ทีมดังของโครเอเชีย เมื่อฤดูกาล 2011-2012

ส่วนการเล่นกับ “วิสเซล โกเบ” เมื่อฤดูกาล 2017 ลงสนาม 15 นัด เป็นตัวจริง 9 นัด ซึ่งตัวจริงที่ลงเล่น ถูกจับยืนตำแหน่งแบ็กซ้ายแค่ 3 นัด ถ้ารวมการลงเป็นตัวสำรองด้วยประจำการแบ็กซ้าย 7 นัด

เทียบโอกาส : เชื่อว่าการได้ “อุ้ม” เข้ามาเติมเต็มในตำแหน่งแบ็กซ้าย นั่นคงทำให้ “อิโนฮะ” จะถูกเลือกไปช่วยทีมในตำแหน่งอื่นมากกว่า เขาไม่ใช่ผู้เล่นที่จะมาชิงตำแหน่งแบ็กซ้ายโดยตรง ยกเว้นจำเป็นจริงๆเช่นมีตัวเจ็บ หรือติดโทษแบน

จากที่วิเคราะห์ดูแล้วตำแหน่งแบ็กซ้ายของ “วิสเซล โกเบ” มีการสลับสับเปลี่ยนมาตลอดในฤดูกาล 2017 มีทั้งแบ็กซ้ายแท้ แบ็กซ้ายจำเป็น หมุนเวียนกันหลายคน เชื่อมั่นว่า “อุ้ม” ธีราทร บุญมาทัน มีโอกาสสูงที่จะยึดตำแหน่งตัวจริงในปีแรกที่ญี่ปุ่น

ขอบคุณภาพจาก www.vissel-kobe.co.jp


วิธีเห็นทุกโพสของทางเพจ แบบ Exclusive ขั้นตอนที่ 1. Following(ติดตาม) ขั้นตอนที่ 2. See first(เห็นโพสต์ก่อน) จะทำให้เห็นทุกโพสที่ทางเพจโพสทุกอันนะครับ
- Advertisement -